ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

"อินเตอร์เนชั่นแนล ริเวอร์"ร้องปิด "เขื่อนน้ำเทิน 2"

วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:10:05 น.  มติชนออนไลน์

"อินเตอร์เนชั่นแนล ริเวอร์"ร้องปิด "เขื่อนน้ำเทิน 2"

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม เอเอฟพีรายงานว่า นายอิคูโกะ มัตสุโมโต ผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์และต่อต้านเขื่อนนานาชาติ ที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มอินเตอร์เนชั่นแนล ริเวอร์ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ระงับการเปิดเขื่อนน้ำเทิน 2 ไว้ก่อนจนกว่าชาวบ้านที่อยู่เหนือเขื่อนและใต้เขื่อนของลาว ราว 6,000 คน จะได้รับการชดเชยจากการเวนคืนที่ดินหรือโยกย้ายออกจากที่ทำกินเดิม เพื่อเปิดทางให้กับการสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 แต่บริษัทพลังงานไฟฟ้าเขื่อนน้ำเทิน 2 กลับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าการผลิตแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา โดยที่บริษัทยังไม่ได้จ่ายสินไหมชดเชยชาวบ้านตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ เขื่อนน้ำเทิน 2 สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากถึงวันละ 1,070 เมกะวัตต์ และร้อยละ 95 เป็นการผลิตเพื่อขายให้กับไทย


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1269353417&grpid=03&catid=03&utm_source=twitterfeed&utm_medium=twitter


ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

ผลวิจัย-ยิ่งมืดมนุษย์ยิ่งกล้าทำผิด

วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7048 ข่าวสดรายวัน


ผลวิจัย-ยิ่งมืดมนุษย์ยิ่งกล้าทำผิด





อาชญากร อาศัยความว่องไวและโอกาสเพียงเล็กน้อยในการกระทำความผิด และในการวิจัยล่าสุดชี้ว่าในที่มืดก็ยิ่งเป็นปัจจัยทำให้คนทำผิดมากขึ้นด้วย

นายเฉิน เป่าจง จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา ทดสอบความซื่อสัตย์ของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกให้อยู่ในห้องที่มีแสงไฟระดับปกติและอีกกลุ่มอยู่ในห้องหนึ่ง เปิดไฟสลัวๆ พบว่ากลุ่มที่อยู่ในห้องมืดกว่ามีโอกาสโกหกมากกว่าอีกห้องหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ทดลองให้เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเล่นเกมจับผิดทางการเงินโดยให้ มีเด็กบางคนสวมแว่นดำและบางคนสวมแว่นตาธรรมดา พบว่า เด็กที่สวมแว่นตาดำจะมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัวมากกว่าปกติและยังมีพฤติกรรมซ่อน เร้นมากกว่าเด็กที่สวมแว่นตาธรรมดาอีกด้วย ซึ่งเด็กที่สวมแว่นตาดำตอบคำถามในแบบสอบถามโดยระบุว่าไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ตนกำลังทำอะไรระหว่างการวิจัยหรือการเล่นเกม

นอกจากนี้ นักวิจัยยังเผยว่าหากใครสักคนนั่งอยู่คนเดียวแล้วคุยผ่านอีเมล์กับคนแปลก หน้าก็มักมีโอกาสสูงมากที่ใครคนนั้นจะโกหกออนไลน์ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยคือใครโดยไม่จำเป็นว่าไฟในห้องนั้น จะมืดแค่ไหน แต่ในขณะเดียวกันหากใครคนนั้นไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่ปกปิดซุกซ่อนและมองเห็น คนอื่นๆ ได้ แต่กลับรู้สึกว่าตนเองหลบเร้นจากสายตาของคนทั่วไป เช่น ใต้แสงไฟสลัวๆ หรือในห้องที่มืดๆ ก็เป็นสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการกระทำความผิดได้ง่ายเช่น กัน พฤติกรรมเช่นนี้อธิบายได้ในลักษณะเดียวกับการที่เด็กเล็กๆ ปิดตาแล้วจะนึกเอาเองว่าคนอื่นๆ ก็มองไม่เห็นตนเอง


หน้า 29
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNakUzTURNMU13PT0=&sectionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBeE1DMHdNeTB4Tnc9PQ==
--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/

"ทีโอที" ยุคเจาะเวลาหาอดีต แก้ปมคดียึดทรัพย์หนี ป.ป.ช.ลงดาบ

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4192  ประชาชาติธุรกิจ


"ทีโอที" ยุคเจาะเวลาหาอดีต แก้ปมคดียึดทรัพย์หนี ป.ป.ช.ลงดาบ




นับตั้งแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้ว เมฆหมอกก็เริ่มครอบคลุมบรรยากาศใน บมจ.ทีโอที เนื่องจากโดนหางเลขเข้าเต็ม ๆ โดยเฉพาะกรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือปรับลดส่วนแบ่งรายได้บริการพรีเพดให้เอไอเอส จาก 25% เป็น 20% คงที่ตลอดอายุสัญญา (ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2544) รวมถึงกรณีการแก้ไขสัญญาโทรศัพท์มือถือโดยอนุญาตให้เอไอเอสหักใช้โครงข่าย ร่วมออกจากรายได้รวม ก่อนนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ทีโอที และปรับอัตราค่าโรมมิ่งให้บริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (ดีพีซี) ในฐานะบริษัทลูกของ เอไอเอส ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ประเมินความเสียหายไว้ 1.36 แสนล้านบาท

ขณะที่ปฏิกิริยา อย่างเป็นทางการของทีโอทีหลังจากอ่านคำพิพากษาแล้ว คือ การตั้งคณะทำงานประเมินความเสียหายจากคดียึดทรัพย์ โดยได้ประเมินว่า ทีโอทีเสียหายทั้งหมดราว 1 แสนล้านบาท มาจากการเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม 3.4 หมื่นล้านบาท และอีก 7 หมื่นล้านบาท มาจากการแก้ไขสัญญาพรีเพดให้เอไอเอส

นอกจากนี้กรรมการผู้จัดการใหญ่ "วรุธ สุวกร" ยังออกมาย้ำอีกว่า การจะยกเลิกการแก้ไขสัญญาที่มีปัญหาทั้ง 2 ฉบับ แล้วกลับมาใช้สัญญาเดิมเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น เพราะสัญญาดังกล่าวมีผลผูกพันตามกฎหมายแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการของศาลอีกครั้ง

ขณะนี้จึงอยู่ในช่วงเวลาของการหาคนผิด หรือคนรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต แหล่งข่าวภายใน บมจ.ทีโอทีกล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายล้วนอยู่ในภาวะเหมือนคนใกล้จะจมน้ำ ต้องตะเกียกตะกายหาทางรอดชีวิตอย่างเต็มที่ โดยต่างย้อนกลับไปค้นเอกสารหลักฐานเก่า เพื่อยืนยันตำแหน่งหน้าที่ว่า ตอนนั้นตนเองทำอะไรอยู่ที่ไหน ได้เข้าประชุมด้วยหรือไม่ และได้มีข้อเสนอความเห็นในที่ประชุมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสัญญาทั้ง 2 ฉบับไว้อย่างไร

โดยเฉพาะบุคคลที่มีชื่อถูกพาดพิงในคำพิพากษา ไม่ว่าจะเป็น นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่อดีตรับผิดชอบด้านบริหารสัญญาสัมปทาน เช่นเดียวกับนายวิเชียร นาคสีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งรายหลังนี้เหมือนโดนเปิดศึก 2 ด้าน เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งมีคำวินิจฉัยว่า กระทำผิดวินัยร้ายแรง และมีมูลเป็นความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการแก้ไขสัญญาให้บริการสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เป็นเหตุให้บริษัท ชินวัตร ไดเร็คทอรี่ส์ จำกัด ได้รับผลประโยชน์ และขณะนี้กำลังรอคำตัดสินของบอร์ดว่าจะกำหนดโทษให้ "ไล่ออก-ปลดออก-ให้ออก"

รวม ถึงบรรดาเลขานุการบอร์ดในสมัยที่มีการแก้ไขสัญญาสัมปทาน อาทิ ดร.อานนท์ ทับเที่ยง ซึ่งเคยเป็นเลขานุการบอร์ดในสมัยที่ปลัดกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน "สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" เป็นหนึ่งในคณะกรรมการทีโอทีชุดที่มีการแก้ไขสัญญาพรีเพดด้วย

แต่ปลัดกระทรวงการคลังคนปัจจุบันดูจะลอยตัว เนื่องจากพบหลักฐานยืนยันว่า ไม่ได้เข้าร่วมประชุมวาระที่พิจารณาแก้ไขสัญญาดังกล่าว ขณะที่ "วรุธ" กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ทีโอทีคนปัจจุบัน แม้จะมีคำให้การของ "พิพัฒน์ ประทุมวงศ์" อดีตผู้จัดการส่วนงานผลประโยชน์ บมจ.ทีโอที ชี้เป้าว่า เป็นผู้ลงนามในหนังสือเสนอความเห็นให้ประธานบอร์ดในขณะนั้นเห็นชอบให้แก้ไข สัญญาโรมมิ่ง

แต่ "วรุธ" ก็ได้ค้นเอกสารเก่าเป็นหนังสือเสนอความเห็นให้บอร์ดพิจารณา ที่มีเลขที่ตามระบบสารบรรณชัดเจน แต่เนื้อหาภายในแตกต่างจากที่ใช้เป็นหลักฐานในศาล

คลังเอกสารเก่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะพาให้ใครหลายคนมีชีวิตรอด (หรือไม่ ?) ใครค้นเจอหนังสือทางการหรือแม้เพียงกระดาษโน้ตคำสั่งที่ลงลายมือชื่อไว้ ต่างรีบคว้ามาเป็นเกราะป้องกันตัว แล้วโยนเผือกร้อนให้คนอื่น

คำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงเป็นเหมือนเป็นการกวาดขยะใต้พรมที่ซ่อนมานับ 10 ปี ออกมาสะสาง ทำให้สภาพทีโอทียามนี้บรรดาผู้บริหารทั้งหลายไม่มีเวลา และไม่มีใจให้กับงานในหน้าที่ เพราะต้องวุ่นกับการเคลียร์ปัญหาที่มีการก่อไว้ในอดีต

รวมถึงการประชุมระดมสมองภายในอย่างเต็มที่ ทั้งจากฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบริหารสัญญา บริหารการลงทุน และฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อหาทางรับมือกับวิกฤตที่โหมเข้ามา ทั้งปัญหาภาพลักษณ์องค์กร ความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาของ ผู้บริหารระดับสูงในปัจจุบันที่เป็นผลพวงจากอดีต

แม้แต่บอร์ดชุด ปัจจุบันออกอาการสละเรือก็เริ่มปรากฏ ตั้งแต่ "ระเฑียร ศรีมงคล" ที่หนังสือลาออกอย่างเป็นทางการได้รับอนุมัติในวันที่ 26 ก.พ. วันอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์พอดี แม้จะอ้างว่าติดภารกิจ แต่แหล่งข่าวภายในทีโอทีเผยว่า เหตุผลที่แท้จริงเกิดจากความขัดแย้งภายใน โดยเฉพาะเรื่องที่นายระเฑียรเป็นตัวตั้งตัวตีในการเจรจาให้เอไอเอสเข้ามาโรม มิ่งดาต้าบนโครงข่าย 3G ของทีโอที แต่บอร์ดกลับไม่อนุมัติ

ขณะเดียว กันกระทรวงไอซีทียังได้ส่ง ผู้ตรวจราชการคนใหม่ "พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย" อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ได้รับมอบหมายเข้ามา สอบสวน สะสาง หาคนผิดตามคำพิพากษา เข้ามาเป็นบอร์ดทีโอทีคนใหม่อีกด้วย

งานนี้คงได้แต่บอกว่า "ใครทำอะไรไว้ก็ได้ผลอย่างนั้น"


หน้า 27
http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02com05150353&sectionid=0209&day=2010-03-15

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

นักวิชาการ-NGO ค้านแผน PDP Peak สูงเกินจริง เมินต้นทุน สวล.

วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4191  ประชาชาติธุรกิจ


นักวิชาการ-NGO ค้านแผน PDP Peak สูงเกินจริง เมินต้นทุน สวล.




นาย วิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ 2553 ฉบับใหม่ ใน 3 ประเด็นว่า
1) กระทรวงพลังงาน ควรรอให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak ตัวเลขจริงเกิดขึ้นก่อน เพราะการใช้ตัวเลข Peak ที่ 23,000 เมกะวัตต์ ยังถือว่าสูงเกินจริง เพราะตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าครั้งล่าสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ เพียง 22,400 เมกะวัตต์เท่านั้น และยังไม่สามารถคาดการณ์เองได้ว่าตัวเลขจะเป็นอย่างไร อาจจะมาก หรือน้อยกว่าก็ได้
2) เหตุผลของการปรับแผน PDP ที่อ้างว่า ก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าไม่มีความมั่นคงนั้น ควรดำเนินการให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จำหน่ายก๊าซ ต้องสำรองก๊าซไว้รองรับในกรณีเหตการณ์สุดวิสัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ในเมื่อบริษัท ปตท.จำหน่ายก๊าซโดยอิงกับราคาตลาดโลกแล้ว ก็ควรจะให้การบริการที่ดีตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากว่าจะส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าแบบ Co-Generation ที่ต้องใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงเช่นกัน ยิ่งควรมีการสำรองก๊าซ

และ 3) กรณีการใช้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ที่อ้างว่า ได้ว่าจ้างสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA เป็นผู้ศึกษาตัวเลขการเติบโต ทางเศรษฐกิจให้นั้น กลับไม่ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์เลย แต่กลับใช้สมมติฐานของ กฟผ.ที่มีตัวเลขที่ กฟผ.ทำไว้แล้ว และเข้าใจว่าเหตุผลที่ไม่ใช้ผลการศึกษาของ NIDA เพราะว่าตัวเลข GDP ที่ประเมินมา "ต่ำกว่า" ที่ กฟผ.ประเมินไว้ นั่นเท่ากับว่าจะ "ไม่มี" โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้นในแผน PDP ฉบับนี้

"บอกว่ามีการศึกษา หลายทาง หลายแผน แต่ทุกแผนมีการระบุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องเกิดขึ้นทั้งหมด หากบอกว่าเป็นทางเลือก ก็ควรศึกษาทางเลือกในแบบที่ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ด้วย กฟผ. และกระทรวงพลังงานก็รู้อยู่ว่าต้องรอการตัดสินใจจากคณะรัฐมนตรีว่า จะเดินหน้าหรือไม่ หากตัดสินใจไม่เอาจะทำอย่างไร

ด้านตัวแทนจาก ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบได้กล่าว ให้กระทรวงพลังงาน "ระงับ" แผน PDP ดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากต้นทุนของโรงไฟฟ้าที่ปรากฏในแผน PDP ฉบับนี้ยังไม่ได้บวกต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจได้รับผลกระทบไปด้วย ฉะนั้น ต้นทุนที่ปรากฏนี้อาจจะ ไม่เป็นต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะต้นทุน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นอกจากนี้ ตัวแทนเข้าร่วมรับฟังจากสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่า ให้กระทรวงพลังงานตระหนักถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ อย่ามุ่งให้แผน PDP นี้สำเร็จจนเกินไป พร้อมแนะว่า ในทุกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ควรให้คณะรัฐมนตรีร่วมพิจารณาในทุกโครงการก่อนที่จะประกาศ ให้เปิดประมูล


หน้า 5
http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02inv02110353&sectionid=0203&day=2010-03-11

--
Web link
http://www.edtguide.com/SuanplooThaiMassage_486629
http://www.victam.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://www.niwatkongpien.com
http://sundara21.blogspot.com
http://www.educationatclick.com
http://www.pwdom.com/v1/
http://cloudbookclub.blogspot.com
http://blogok09.blogspot.com
http://thairaptorgroup.com/TRG/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2049
http://www.ias.chula.ac.th/Thai/modules.php?name=NuCalendar

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อนฯผนึกกำลังชาวบ้านยื่นฟ้องศาลให้ระงับชั่วคราว 9 โครงการมาบตาพุดขัดรธน.พร้อมเอาผิด 2 รมต.-2 อธิบดีและ 5 หน่วยงานรัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:24:03 น.  มติชนออนไลน์

เอ็นจีโอ-ชาวบ้านฟ้องศาลระงับ 9 โครงการมาบตาพุดอีก เอาผิด  2 รมต.-2 อธิบดีละเว้นหน้าที่

นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อนฯผนึกกำลังชาวบ้านยื่นฟ้องศาลให้ระงับชั่วคราว 9 โครงการมาบตาพุดขัดรธน.พร้อมเอาผิด 2 รมต.-2 อธิบดีและ 5 หน่วยงานรัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับชาวบ้านพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉาง จ.ระยอง รวม 35 คน ยื่นฟ้อง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.),คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, กรมอุตสาหกรรมพื้นที่และการเหมืองแร่,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ,อธิบดีกรมเจ้าท่า,อธิบดีกรมชลประทาน และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.),รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการกำกับพลังงาน เป็นผู้ถูกฟ้อง เรื่องเป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร


กรณีที่การก่อสร้างและการประกอบการโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และยังมีอีก 9 โครงการ ประกอบด้วย

1.โครงการทำเหมืองชนิดแร่ทรายแก้ว ตั้งที่ ต.ซากพง จ.ระยอง โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด กรุงเกษม

2.โครงการ โรงงานผลิต Purified Terephthalic Acid (PTA) ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จ.ระยอง โดย บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคมี จำกัด


3.รายงาน EIA นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) จ.ระยอง โดยบริษัท ไทย อีทอกซีเลท จำกัด 4.โครงการผลิตเหล็กเส้น จ.ระยอง โดยบริษัท เหล็กทรัพย์ตะวันออก จำกัด

5.โครงการท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้าเหลว บริเวณชายหาดหนองแฟบ ตำบลมาบตาพุด จ.ระยอง โดยบริษัท เอเซีย เทอร์มินัล จำกัด

6.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 600 เมกะวัตต์ ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยบริษัท โกลว์ เอส พีพี 3 จำกัด


7.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยบริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด

8.โครงการโรงไฟฟ้า TNP2 อุตสาหกรรม 2 แห่ง ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ระยอง) โดยบริษัท เนชั่นแนลเพาเวอร์ 2 จำกัด

9.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโสมง ตั้งที่ จ.ปราจีนบุรี- อำเภอปลวกแดง จ.ระยอง โดยกรมชลประทาน ซึ่งยังไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 67 วรรคสอง บัญญัติไว้ให้ครบถ้วน และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 แต่ผ่านความเห็นชอบเฉพาะรายงาน EIA ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยผู้ฟ้องขอให้ศาลพิจารณากำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว สั่งระงับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ปฏิบัติ ตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ครบถ้วน


ศาลปกครองได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 422 /2553 เพื่อพิจารณาว่าจะรับฟ้องและจะไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวหรือ ไม่ต่อไป




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอ็นจีโอ ค้านปล่อย 9 โครงการมาบตาพุด ชี้ชัดขัดรัฐธรรมนูญ
ศาล ปค.อนุญาตให้อีก7 บริษัทมาบตาพุดก่อสร้างต่อได้ แต่ต้องทำตามอีไอเอ-กม.อย่างเคร่งครัด
เผชิญสืบ12โครงการ"มาบตาพุด" เคยถูกฟ้องให้หยุดก่อสร้าง เล็งเดินหน้าเฉพาะที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
องค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางลงพื้นที่มาบตาพุดดุการก่อสร้าง
"วุฒิสภา" ตั้งกระทู้ถามนายก แก้ปัญหามาบตาพุด
ไทยพาณิชย์คาดศก.ปีนี้โต4.5%ทั้งภาคส่งออก-ท่องเที่ยวขยายตัว หวั่นปม"มาบตาพุด"กระทบนักลงทุน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1268198651&grpid=01&catid=

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
chun
http://tham-manamai.blogspot.com /sundara        
http://dbd-52hi5com.blogspot.com/ dbd_52
http://thammanamai.blogspot.com/ อายุวัฒนา
http://sunsangfun.blogspot.com/ suntu
http://originality9.blogspot.com/ originality
http://wisdom1951.blogspot.com/ wisdom

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

ภาพถ่ายทางอากาศเป็นหลักฐานสำคัญในการระบุว่า พื้นที่ของสนามกอล์ฟนั้นรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าหรือไม่

วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7039 ข่าวสดรายวัน


ภาพถ่ายทางอากาศ


คอลัมน์ที่ 13



ภาพถ่ายทางอากาศ คือ ภาพที่ได้จากการถ่ายทำทางอากาศ ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายจากดาวเทียมสำรวจภูมิศาสตร์ โดยผ่านกล้องหรือบันทึกตัวเลข

มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทางภูมิศาสตร์ การศึกษาทรัพยากรธรรมชาติ การทำแผนที่เมืองและหมู่บ้าน โรงงานอุตสาหกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ

ปัจจุบันยังนำมาใช้ในการพิสูจน์สิทธิ์ต่างๆ เช่น ที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ

อย่างไรก็ตามก่อนนำภาพถ่ายทางอากาศมาใช้ประ โยชน์ ต้องนำภาพที่ได้มาแปลความหมายอย่างชัดเจนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก่อน

พล โทพระยาศัลวิธานนิเทศ เขียนไว้ในสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน เล่มที่ 12 ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการแปลความหมายรูปถ่ายทางอากาศ สรุปว่า

เป็นการแสดงลักษณะของวัตถุที่ปรากฏในรูปถ่ายทางอากาศ และหาความหมาย หรือ ความสำคัญของวัตถุเหล่านั้น

มีผู้นำวิธีการนี้ไปใช้ในกิจการต่างๆ อย่างกว้างขวาง เริ่มเป็นที่รู้จักกันในพ.ศ 2481 (ค.ศ.1938) โดยอังกฤษเป็นประเทศแรกที่นำเทคนิคการแปลความหมายนี้ไปใช้ในกิจการข่าวกรอง จากนั้นแพร่หลายใช้กันทั่วไปและมีวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนถึง ปัจจุบัน

นับจากนั้นมีการนำภาพถ่ายทางอากาศมาแปลความหมายภาพเพื่อใช้ ในกิจการต่างๆ เช่น งานด้านวิศวกรรม งานพัฒนาที่ดิน งานด้านโบราณคดี ดาราศาสตร์ ชีววิทยา การสำรวจและทำแผนที่บก แผนที่ทะเล การสำรวจทางพื้นดิน การแบ่งชนิดที่ดิน การสำรวจแหล่งแร่ และการขุดค้นทางโบราณคดี ฯลฯ

และมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีของเครื่องบินและดาวเทียม กล้องถ่ายรูปทางอากาศ และอุปกรณ์แสง(ทัศนศาสตร์)อย่างต่อเนื่อง

การแปลความหมายรายละเอียดภาพในรูปถ่ายทางอากาศนั้น ต้องอาศัยหลักการพิจารณา เพราะการมองภาพจากรูปถ่ายแนวดิ่งก็เหมือนกับการมองลงมาจากเครื่องบินหรือดาว เทียมนั่นเอง

ผู้แปลความหมายภาพได้จะต้องศึกษา ฝึกหัด ฝึกฝนทางความคิดเช่นเดียวกับการฝึกการมองภาพทรวดทรง

หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณารายละเอียดในรูปถ่ายทางอากาศ มีด้วยกัน 7 ประการ คือ

1.รูปร่าง 2.ขนาด 3.สี 4.รูปแบบ 5.เงา 6.ตำแหน่งในภูมิประเทศ 7.ความหยาบละเอียด

ปัจจุบัน เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมาก มีการกวาดตรวจ(scanning) รายละเอียดบนรูปถ่าย หรือทำข้อมูลเป็นตัวเลข ทำให้เกิดระบบอัตโนมัติขึ้นในการใช้รูปถ่ายเพื่อกิจการต่างๆ เช่น การทำแผนที่ เป็นต้น

จากระบบการทำข้อมูลตัวเลขจากรูปถ่ายนี่เอง ทำให้มีการทดลองแปลความหมายภาพโดยอัตโนมัติขึ้น(automatic image interpretation) ทดลองกวาดตรวจอัตโนมัติและใช้เครื่องมือประกอบ

มีชื่อว่าเครื่องมือ แพตเทิร์น รีคอกนิชัน(pattern recognition equipment) ความน่าเชื่อถือสูงถึง 80%

สามารถนำมาใช้แปลลักษณะภูมิประเทศ 4 ชนิด คือ ทางน้ำ พื้นที่เพาะปลูก พืชพรรณไม้ และบริเวณชุมชนเมือง

หาก พัฒนาทางด้านออปติกอิเล็กทรอนิกส์(optic electronics) มากขึ้นแล้ว จะทำให้ผู้แปลความหมายภาพจำแนกรายละเอียดได้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นไปอีก

ในโลกเทคโนโลยียุคปัจจุบัน ภาพถ่ายทางอากาศจึงมีประโยชน์มหาศาลในการช่วยเหลือภารกิจสำคัญต่างๆ

ในกรณีสนามกอล์ฟบุกรุกป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ที่กำลังเป็นข่าวอื้อฉาวครึกโครมอยู่ในขณะนี้

ภาพถ่ายทางอากาศเป็นหลักฐานสำคัญในการระบุว่า

พื้นที่ของสนามกอล์ฟนั้นรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าหรือไม่


หน้า 6
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dOekE0TURNMU13PT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdNeTB3T0E9PQ==

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คุณโดนยึดทรัพย์ ถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว ทั้งที่นักการเมืองชั้นเลว กลุ่มทุจริต มันยั๊วเยี๊ยะเต็มสภาไปหมด

 


วันเสาร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553
ผมเห็นด้วยว่า "ทักษิณโดนกลั่นแกล้ง"
 
แม้ด้วยหน้าที่การงาน ที่จะต้องเสพสื่อ ดูทีวีอยู่เป็นประจำ แต่ผมไม่เคยต้องทนนั่งดูทีวีติดต่อกันนานขนาดนี้ หากจะมีอะไรมาขัดจังหวะบ้าง ก็ตรงที่ต้องไปเติมน้ำร้อนให้กับชีวิต 

เบ็ดเสร็จมันคือ 10 ชั่วโมง ไม่ขาดไม่เกินจากนี้เท่าใดนัก

การ นั่งฟังคำพิพากษาของบ่ายวานนี้ ทำให้ต้องอึ้งกับข้อมูลหลายๆ อย่างที่ถูกเรียบเรียงออกมา ผมเองยังแอบคิดในใจว่า ระบบของการทุจริตตามที่ศาลอ่านคำพิพากษามันดูเป็นขั้นเป็นตอน ราวกับถูกเขียนสคริปต์ไว้ล่วงหน้า 

แต่ละวินาทีที่ถูกลำดับฉากของการทุจริตมันน่าขนลุกมากนะครับ

ปฏิกิริยา หลังโดนยึด 4.6 หมื่นล้าน จากจำนวน 7.6 หมื่นล้านที่ถูกอายัดไว้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่ทักษิณและพวกจะไม่เห็นด้วย และมามุกเดิมคือ "โดนกลั่นแกล้ง"

แต่แทนที่ตัวเองจะออกมาโอดครวญ

ทักษิณ ต้องตอบคำถามประชาชนทั้งที่สนับสนุน เกลียดชัง และไม่ยี่หร่ากับยี่ห้อแม้วว่าความจริงคืออะไร ความจริงคืออะไร และความจริงคืออะไร

ถ้าหากจะกล้อมแกล้มผ่านวิดีโอลิงก์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า "โดนกลั่นแกล้ง" ผมเห็นด้วยกับคุณประการเดียวคือ คุณโดนยึดทรัพย์ ถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว ทั้งที่นักการเมืองชั้นเลว กลุ่มทุจริต มันยั๊วเยี๊ยะเต็มสภาไปหมด
http://www.oknation.net/blog/buggo/2010/02/27/entry-1


--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687



--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Invitation to view my posts on FriendFeed

FriendFeed
Sundara invites you to try FriendFeed, where you can share and discover links, photos, videos and more!
Accept invitation
You are receiving this email because Sundara sent an invitation to sunnews9.ilaw@blogger.com from http://friendfeed.com/. Opt-out of invitation request emails: http://friendfeed.com/account/optout?code=h2GVgsc4uK
FriendFeed Inc., 313 W. Evelyn Ave., Mountain View, CA 94041

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

เทศกิจลุยรื้อแผงค้าปรับภูมิทัศน์สนามหลวง

31 มค. 2553 14:28 น.
เทศกิจลุยรื้อแผงค้าปรับภูมิทัศน์สนามหลวง

เจ้าหน้าที่จากเขตพระนครกว่า 100 คน ประกอบด้วย ฝ่ายเทศกิจ และฝ่ายโยธา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม 50 นาย พร้อมด้วยรถฉีดน้ำ รถขนขยะขนาดเล็ก เข้าพื้นที่ท้องสนามหลวง ทำการรื้อย้ายแผงค้าของผู้ค้าภายในท้องสนามหลวง โดยเคลื่อนย้ายอุปกรณ์แผงค้าไปเก็บไว้ที่เขตพระนครเพื่อรอเจ้าของไปติดต่อขอรับคืน โดยการเข้ารื้อย้ายแผงค้าไม่มีการกระทบกระทั่งหรือขัดขวางจากผู้ค้าแต่อย่างใด ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเตรียมพื้นที่ในการปิดสนามหลวงเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของ กทม. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันพรุ่งนี้(1 ก.พ.) เป็นวันแรก เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตพระนคร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้ารับทราบล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ ถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวง ซึ่งจะมีการปิดสนามหลวงวันที่ 1 ก.พ. และได้ขอความร่วมมือผู้ค้าให้ย้ายออกก่อนวันที่ 1 ก.พ. โดยเขตได้จัดพื้นที่ริมคลองหลอดรองรับผู้ค้าไว้แล้ว แต่เมื่อผู้ค้าไม่ยอมย้าย เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องเข้าพื้นที่เพื่อรื้อย้ายเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนพื้นที่สนามหลวงด้านทิศเหนือ(ฝั่งสะพานพระปิ่นเกล้า) ยังคงมีเต็นท์ของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจได้ทำการรื้อเต็นท์ของนาย สุรชัย แซ่ด่าน แกนนำผู้ก่อตั้งกลุ่มแดงสยาม และเตรียมที่จะรื้อเต็นท์อื่นๆ ต่อไป ปรากฏว่า นาย สมรักษ์ บุญยอ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่เฝ้าพื้นที่อยู่ เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเวลาคงพื้นที่ไว้ก่อน เนื่องจากทางกลุ่มได้ทำหนังสือไปถึงกรมศิลปากรเพื่อขออยู่ต่อเป็นเวลา 1 เดือน หากย้ายไปตอนนี้จะไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือตอบรับจากกรมศิลปากร อย่างไรก็ตามทางกลุ่มฯ จะยื่นหนังสือถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. อีกครั้งหนึ่งด้วย เนื่องจากเห็นว่านโยบายของผู้ว่าฯกทม. ระบุว่าจะแก้ปัญหาที่นกพิราบก่อน แต่เหตุใดจึงต้องมารื้อย้ายเต็นท์ให้ได้รับผลกระทบ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ นอกจากนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการนัดรวมตัวกันเพื่อต่อต้านการทำงานของผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
                                http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429782&lang=T&cat=




--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นายกฯสมาคมต้านโลกร้อนโวยมือมืดจ้างชาวบ้านถอนฟ้องคดีมาบตาพุด

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:34:58 น.  มติชนออนไลน์

นายกฯสมาคมต้านโลกร้อนโวยมือมืดจ้างชาวบ้านถอนฟ้องคดีมาบตาพุด

นายศรีสุวรรณ  จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ฟ้องคดีให้ 8 หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด 41 ราย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุดว่า ได้รับหมายคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ไปไต่สวนคดี กรณีชาวบ้านได้มีผู้แอบอ้างทำคำร้องขอถอนชื่อจากรายชื่อผู้ฟ้องคดีในวัน พฤหัสที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2552 เวลา 13.30 น. ณ ห้องไต่สวนที่ 8 ชั้น 3 ศาลปกครองสูงสุด ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านผู้ฟ้องคดีไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่ามีรายชื่อเป็นผู้ถอนฟ้องคดีได้ อย่างไร
 

ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านผู้ได้รับหมายเพื่อไปไต่สวนคำร้องการขอถอนคดี ดังกล่าวทำให้ทราบว่า ได้มีอดีตผู้นำชุมชนบ้านบน ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้มาหว่านล้อมชาวบ้านผู้ฟ้องคดีทั้ง 41 ราย ให้ลงลายมือชื่อในกระดาษเปล่า พร้อมจ่ายเงินค่าลงมือชื่อจำนวน 1,200 บาท โดยไม่บอกว่าจะนำไปทำอะไร เพียงแต่แจงว่าจะนำไปแจ้งศาลเพื่อให้โรงงานทั้ง 65 โรงงานปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น เมื่อมีหมายศาลมาถึงชาวบ้านความจริงจึงปรากฎว่าไม่ใช่ตามเจตนารมณ์ของชาว บ้านที่ได้ลงนามไป แต่กลับเป็นการไปถอนฟ้องแทน ชาวบ้านจึงจะรวมตัวกันไปพบศาลตามวันเวลาดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการ ถอนฟ้องโดยเด็ดขาด
 

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า พฤติการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานใดหรือผู้ประกอบการโรงงานใด หรือใครก็ตามเป็นการใช้เล่ห์เพทุบายโดยไม่สุจริต สมาคมฯขอประณามว่าเป็นการกระทำที่ชั่วช้าเลวทรามที่สุด เป็นพฤติกรรมที่หมิ่นศาลและหมิ่นกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานให้ความเท็จต่อศาล เป็นพฤติการณ์ที่โง่เขลาเบาปัญญาโดยหารู้ไม่ว่าคดีนี้เป็นคดีสาธารณะผู้ฟ้อง คดีไม่สามารถถอนฟ้องได้ไม่เช่นนั้นศาลอาจจะเห็นว่าเป็นการใช้ศาลเป็นเครื่อง มือในการสมยอมประโยชน์กัน และสมาคมฯจะยอมและไม่สมานฉันท์ต่อการกระทำเยี่ยงนี้ และจะขอคัดค้านทุกโครงการ ทุกโรงงานที่มีความพยายามปลดล็อคคำสั่งศาลปกครองสูงสุด โดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง เสียก่อน โดยในวันดังกล่าวสมาคมฯและชาวบ้านจะไปไต่สวนตามนัดของศาล และจะได้ทราบกันว่าหน่วยงานใด หรือผู้ประกอบการรายใด เป็นคนนำรายชื่อชาวบ้านผู้ฟ้องคดีมาแอบอ้างต่อศาล และเมื่อทราบชื่อแล้วจะแจ้งให้รัฐบาลลงโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที และหากเป็นผู้ประกอบการก็จะขอให้ชาวบ้านคัดค้านไม่ให้การยอมรับการดำเนินการ ศึกษาอีไอเอ และเอชไอเอ ที่จะต้องดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อไม่ให้โรงงานนั้น ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป และจะร้องขอต่อศาลให้เห็นถึงพฤติกรรมดังกล่าว ที่ได้กระทำการละเมิดอำนาจศาล เพื่อให้ศาลสั่งลงโทษผู้กระทำการดังกล่าวเสีย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1261391714&grpid=&catid=05



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
kb
http://www.healthstation.in.th/index1.html
http://camp02.blogspot.com/ camp02
http://kb1951.blogspot.com/ tkpark
http://kbparks.blogspot.com/ tkpark9
http://word1951.blogspot.com/ wordpress
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/
http://gotoknow.org/blog/krunoppol/
http://baankruaeed.wordpress.com/
http://ngaochan.hi5.com/
http://www.oknation.net/blog/subaltern
http://gotoknow.org/migrantworkers

ประมวลสถานการณ์และแนวโน้มภัยเทคโนโลยี ปี 2553



 
จาก: ศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) <info@thaiitwatch.org>
วันที่: ธันวาคม 21, 2009 4:12 หลังเที่ยง
หัวเรื่อง: ประมวลสถานการณ์และแนวโน้มภัยเทคโนโลยี ปี 2553
ถึง: 


 

ประมวลสถานการณ์และแนวโน้มภัยเทคโนโลยี ปี 2553


          เมื่อครบปีศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี(IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา  จะทำการประมวลสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อให้ได้ทราบถึงที่มาที่ไป การกระจายตัวของปัญหาและช่องโหว่ในเรื่องนั้นๆ  โดยในปี 2552 มีประเด็นเกี่ยวกับภัยเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ดังนี้

 

 

          1. คลิปหลุด คลิปแอบถ่าย
          ข่มขืนถ่ายคลิป  ตลอดปีที่ผ่านมามีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์นี้อยู่มากมาย ต้นตอของการถ่ายคลิปเกิดขึ้นเมื่อมีการข่มขืนเพราะต้องการใช้คลิปเป็นตัวข่มขู่เหยื่อเฉกเช่นการถือไพ่ที่เหนือกว่า หลุดปากเมื่อไหร่ส่งประจานทันที
          ต่อด้วยพัฒนาการของกล้องและการแพร่กระจายที่กล้องนั้นมีขนาดเล็กลงมาก  พวกกล้องแอบถ่าย (Spy Camera) อย่างที่เคยได้ยินกัน  อาทิ  กล้องปากกา  กล้องรีโมท  กล้องหมากฝรั่ง เป็นต้นซึ่งมีการนำมาใช้แอบถ่ายกันทั้งในห้องน้ำหรือแม้กระทั่งในห้องพักซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวที่สุด  ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะตกเป็นเหยื่อ ผู้ชายก็โดน
          ด้านการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต  แค่การ Forward หรืออัพไว้ตามเว็บต่างๆ ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาที่คุ้นชินกันไปซะแล้ว  จะโหลดให้ไวมันต้องในระบบ Bittorrent ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี(IT WATCH) พบว่ามีคลิปหลุดคลิปแอบถ่ายอยู่ในระบบนี้จริง  ตั้งแต่มกราคมถึงมิถุนายน 2552 พบการแลกเปลี่ยนคลิปหลุดและแอบถ่ายกว่า 996 หัวข้อ และโหลดเสร็จไปแล้ว  902,636 ครั้ง   ยิ่งกระจายไว  ปัญหายิ่งหนักกว่าเดิม

          2. เด็กติดเกม
          ปีนี้ทางศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี(IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา  ได้รับแจ้งเด็กหายเนื่องจากติดเกมมาทั้งหมด 8 ราย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเด็กชาย  ช่วงอายุระหว่าง 11-15 ปี  ทั้งติดเกมจนไม่ยอมไปเรียน  พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง  จนถึงเด็กที่หายไปกับคนที่รู้จักกันในเกม   อีกด้านหนึ่งการดุด่าว่ากล่าวอย่างรุนแรงจากผู้ปกครองและคนในครอบครัวเปรียบเสมือนการจุดชนวนให้ระเบิดขึ้น

          ติดเกมอย่างหนักจนต้องลักขโมย !

          เล่นมาก ค่าชั่วโมงก็มาก ตังค์ก็หมด ไม่น้อยเลยต้องลักขโมยทรัพย์สินเงินทองเพราะว่าอยากได้เงินมาเล่นเกม   เด็กบางรายถึงขั้นต้องไปขอทาน  ไม่ใช่แค่เอามาเล่นเกมออนไลน์แต่ยังมีตู้เกมยอดเหรียญอีกตรึม

          ฝ่ายเจ้าของร้านเกมก็มีบางร้านที่ปล่อยให้เด็กเล่นทั้งวันทั้งคืนไม่กลับบ้าน  มิหนำซ้ำยังมีร้านที่ปล่อยให้เล่นจนติดงอมแงมแล้วบังคับให้ไปขายบริการเพื่อใช้หนี้  หากินกับเด็กเพื่อผลประโยชน์

          3. แชทและ Hi5

         
เด็กหายอื้อ ยอดพุ่ง 3 เท่า !!

          เด็กหายติดแชททั้งทางอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ปีนี้มีทั้งหมด 37 ราย สูงสุดในประวัติการณ์  เป็นเด็กหญิงถึง 36 ราย  เป็นเด็กชายแค่รายเดียว  ช่วงอายุระหว่าง 12 – 18 ปี   ติดแชทแล้วหายไปได้ยังไง...ก็หายไปกับคนที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ  อาจเคยนัดพบกันมาก่อนหรือไม่เคยเลย  เรื่องความรักความเอาใจใส่เป็นเรื่องอ่อนไหว  หากพ่อแม่ผู้ปกครองให้รักและเอาใจใส่ไม่เพียงพอเด็กจึงต้องหาจากที่อื่น ในทางกลับกันให้รักมากไปก็จะสำลักความรักที่มาพร้อมกับความเข้มงวด จนต้องหาอิสระหาแหล่งพักพิงทั้งทางใจและทางกาย
          แชทลวงข่มขืนเด็กหญิง  ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมแต่มันก็ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็กที่ตกเป็นเหยื่อจะอยู่ในช่วงเดียวกันกับเด็กหายคือ 12 – 18 ปี  ผู้ใหญ่ก็ใช่ว่าจะรอดเพราะยังมีแชทรูดทรัพย์อีกก็หลายราย  จับได้ก็ดีแต่ที่ยังจับไม่ได้เลยก็มี จิ้งจอกสังคมไฮเทคยังมีอยู่อีกเกลื่อน

          4. เว็บไซต์ / บล็อก

          "รวบเว็บมาสเตอร์ปล่อยภาพหลุด"
          "จำคุก 2 ปี เจ้าของเว็บไซต์ให้โพสต์ภาพสาวเปลือยลงเน็ต"
          "ขายตัวกระหึ่มเว็บ"
          "สาวออฟฟิศแจ้ง ปดส.จับ "มือเลว" ลักข้อมูลส่วนตัวโพสต์ล่อแหลม"

          ตัวอย่างข่าวเล็กๆน้อยๆ แต่เว็บเหล่านี้มีอยู่ไม่น้อย   เว็บไซต์และเว็บบล็อกถูกนำมาใช้งานทั้งการเผยแพร่ภาพลามก  ขายซีดีลามกรวมถึงขายคลิปหลุดคลิปแอบถ่าย  บ้างก็มีข้อมูลไซด์ไลน์   ประกาศขายบริการกันให้พรึบ   ส่วนการกลั่นแกล้งทางเน็ตยอดฮิตก็จะเป็นการนำภาพหรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ไปโพสไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ พร้อมข้อมูลเท็จต่างๆ นานาและผู้เสียหายก็เป็นผู้หญิงเช่นเคยซึ่งที่ผ่านมาก็โร่แจ้งร้องทุกข์อยู่หลายราย  อีกกรณีหนึ่งใช้เว็บไซต์ขายสินค้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการล่อลวงทรัพย์สิน  สั่งซื้อสินค้าจ่ายเงินแต่ไม่ได้ของ  เป็นต้น

 

แนวโน้มสถานการณ์ภัยเทคโนโลยี ปี 2553

          เด็กติดแชทหรือการหายไปกับคนที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้วจนปีนี้ส่งผลให้จำนวนเด็กหายพุ่งสูงอย่างน่าตกใจปีหน้าคาดว่าจะยิ่งสูงขึ้นอีก  เพราะทั้งเน็ตทั้งมือถือมีอยู่รอบข้างเด็กไม่ห่างกายและเมื่อพิจารณาถึงช่องว่างระหว่างผู้ปกครองและบุตรหลานทั้งเรื่องความคิดความเข้าใจในเทคโนโลยีที่ต่างกัน  ประกอบการการดำรงชีวิตที่พ่อแม่ส่วนใหญ่จะทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่ค่อยมีเวลา ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เด็กหันไปหาความสุขจากเทคโนโลยีมากขึ้น   เช่นเดียวกับปัญหาเด็กติดเกมที่หลายครอบครัวกำลังประสบกับภาวะเด็กก้าวร้าว รุนแรง  หนีเรียน เพราะติดอกติดใจกับเกมเยอะจนเกินเหตุ   หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ก็ยังมีไม่เพียงพอ  ปัญหาเด็กติดเกมไม่ได้กระจุตัวอยู่แค่ในชุมชนเมืองและกำลังแผ่ขยายไปทั่ว  ประชาชนคงไม่อยากโทรไปรับคำปรึกษาจากระบบโทรศัพท์อัตโนมัติที่ฟังได้เพียงอย่างเดียว  แล้วจะไปถามใคร ?

          คลิปหลุดคลิปแอบถ่ายและเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม(เผยแพร่ภาพลามก คลิปหลุดคลิปแอบถ่าย จำหน่ายซีดี ไซด์ไลน์) ที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วและอยู่ทน  การส่งต่อก็ยังไม่ลดละเรื่องเก่าเรื่องใหม่วนไปวนมา  คงต้องเร่งจัดการอย่างรวดเร็วและเข้มงวด  ก่อนที่เด็กจะเอาตัวอย่างจากเว็บเหล่านี้มาใช้ให้เห็นมากกว่าเดิม

          ส่วนเรื่อง Social Network เมื่อ 3G เข้ามาก็แน่นอนว่ามันจะอำนวยความสะดวกอีกมากมาย แต่อีกด้านหนึ่งควรระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวไว้ให้ดี  เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตั้งตัวรับให้ทันแต่อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะรูปแบบของภัยเทคโนโลยีที่จะเข้ามานั้นอาจเปลี่ยนรูปแบบไปแต่มันก็ยังอยู่รอบข้างเหมือนอย่างเคย  รอวันที่เหยื่อตกหลุมพราง....  

 


ศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา
info@thaiitwatch.org
โทร.02-941-4194-5 ต่อ 11

 


หากท่านไม่ต้องการรับข่าวสาร คลิกเพื่อทำการยกเลิกการรับข่าวสาร www.thaiitwatch.org/maillinglist/formmailcancle.php
-CANCLE-
 
 



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thanks for visiting!  
news9
http://pnac-th.blogspot.com/  pnac-th
http://nature1951.blogspot.com/ nature1951
http://econnews9.blogspot.com/ econ
http://seminars9.blogspot.com/ ilaw
http://politic9.blogspot.com/ pdc9
http://jaecafe.com/feed
http://elibrary.nfe.go.th/index2.php
http://www.kmutt.ac.th/rippc/info.htm
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/sat191
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/sweetblog

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

“ตุลาคม” ปีนี้...เมืองไทยก็ถือว่าอยู่ในภาวะล่อแหลม

ตุลาฯ อาถรรพณ์

เดือน "ตุลาคม" เดือนที่ประเทศไทยเคยเกิดเหตุการณ์ ใหญ่ ๆ เหตุการณ์สำคัญ ๆ ทางการเมืองหลายครั้ง เวียนมาถึงอีกแล้ว และก็เป็นการเวียนมาถึงในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมือง-สถานการณ์การเมืองใน ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ "ไม่น่าไว้วางใจ" นักจากหลายเรื่อง-หลายกรณี รวมถึงกรณีครบรอบ "ม็อบเหลือง" ถูกตำรวจสลาย มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิต และกรณีที่จะมี "ม็อบแดงตลอดเดือน" ดังที่มีข่าวออกมาก่อนหน้า...
       
"ตุลาคม" ปีนี้...เมืองไทยก็ถือว่าอยู่ในภาวะล่อแหลม
   
เป็นอีกปีที่หลาย ๆ ฝ่ายนึกถึงคำว่า..."ตุลาฯ อาถรรพณ์"
       
"มีผู้กังวลว่าเดือนตุลาคมปีนี้จะมีอาถรรพณ์อีกหรือไม่ ? เพราะในอดีตนั้นการเกิดเหตุรุนแรงในบ้านเมืองมักอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม" ...ประธานสถาบันโหราศาสตร์เก่งกาจพยากรณ์ เก่งกาจ     จงใจพระ ระบุ
       
ทั้งนี้กับเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2552 นี้ อ.เก่งกาจบอกผ่าน   "สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์" ว่า... ถ้าดูตามอิทธิพลของตำแหน่งดาวในเดือนตุลาคมปีนี้ ดาวอาทิตย์ ซึ่งหมายถึงผู้นำ โคจรอยู่ในราศีตุลย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งเสื่อมของดาวอาทิตย์เป็นนิจ "เมื่อดาวผู้นำอยู่ในมุมอับก็ย่อมเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้ง่าย"
       
"แต่อะไรจะเกิดหรือไม่เกิดแบบไหน-อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับมุม ของดาวอีกหลายดวงที่จะโคจรเข้ามาช่วยหรือทำลาย ซึ่งในอดีตในเดือน ตุลาคมตั้งแต่หลังปี พ.ศ. 2475 ที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ หลายครั้ง" ...อ.เก่งกาจระบุ
       
เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่เคยเกิดในเดือนตุลาคมนั้น ครั้งแรกคือ 11 ตุลาคม 2476 เกิดกรณี กบฏบวรเดช, 1 ตุลาคม 2491 เกิด กบฏเสนาธิการ หรือ กบฏนายพล, 20 ตุลาคม 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดขณะนั้น ยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร
       
14 ตุลาคม 2516 เกิดการลุกฮือของประชาชน-นิสิตนักศึกษา เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลเผด็จการ จอมพลถนอม กิตติขจร จนเกิดวัน "มหาวิปโยค" มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แต่จอมพลถนอม กิตติขจร รวมถึง จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ก็ต้องสิ้นอำนาจ ต้องหนีออกนอกประเทศไป
       
6 ตุลาคม 2519 เกิดเหตุการณ์ "นองเลือด" ทางการเมืองอีกครั้ง เกิดการล้อมจับและสังหารนักศึกษา-ประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งชุมนุมประท้วงขับไล่จอมพลถนอมที่เดินทางกลับเข้าไทย จนนำไปสู่การเกิดคณะปฏิรูปการ    ปกครองแผ่นดิน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ทำการ ยึดอำนาจการปกครอง จากรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และมีรัฐบาลใหม่โดยมี ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี
       
อย่างไรก็ตาม 20 ตุลาคม 2520 รัฐบาลธานินทร์ก็ถูกทำ รัฐประหารยึดอำนาจ โดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่นำโดย พล.ร.อ.สงัด และภายหลัง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
       
และสำหรับเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2552 นี้ อ.เก่งกาจบอกว่า...วันที่ 18 ต.ค. 2552 ดาวอาทิตย์จะย้ายเข้าราศีตุลย์เป็นนิจถูกดาวราหูกับอังคารทำมุมจตุโกณในมุม กากบาทให้โทษ และดาวพฤหัสบดีดาวประจำประเทศโคจรร่วมกับดาวราหูในราศีมังกร อยู่ในตำแหน่งเป็นนิจ "บอกถึงรัฐบาลจะไม่ค่อยมั่นคง จะมีปัญหา !!"
       
ทั้งนี้ดาวพฤหัสบดีจะเดินถอยองศาอยู่ในราศีมังกร ไปจนถึงวันที่ 21 ตุลาคมจึงจะเดินปกติ และถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2552 จะย้ายเข้าราศีกุมภ์ไปโคจรร่วมกับดาวเนปจูน ซึ่งจากเดือนตุลาคมนี้ไป...    เป็นช่วงต้องจับตา
       
"ต่อเนื่องจากเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ราหู ดาวคราสร้าย จะย้ายออกจากราศีมังกรเข้าราศีธนู เล็งราศีเมถุนราศีดวงประชาธิปไตย ราหูในตำแหน่งนี้เคยเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมือง 2 ครั้ง คือเหตุการณ์ 14 ตุลาฯวิปโยค กับ 17 พฤษภาฯทมิฬ"
       
นักโหราศาสตร์คนเดิมยังบอกผ่าน "สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์" ต่อไปอีกว่า... ถ้าดูตามตำแหน่งดาวที่ทำมุมให้โทษแล้ว "อาถรรพณ์ทางการเมือง" การที่อาจจะเกิดเหตุรุนแรง ก็ยังคงอยู่ในเดือนตุลาคมกับเดือนพฤศจิกายนปีนี้
       
นอกจากนี้ระยะนี้มีดาวใหญ่ย้ายหลายดวง เช่น เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา ดาวเสาร์ย้ายจากราศีสิงห์เข้าราศีกันย์ พอไปถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ราหูย้ายเข้าราศีธนู และถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2552 ดาวพฤหัสบดีจะย้ายเข้าราศีกุมภ์ "การที่ดาวใหญ่ย้าย อันดับแรกจะต้องระวังการเกิดภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว ฝนตกหนัก เกิดพายุ อุทกภัยน้ำท่วม และหลังน้ำลดก็ต้องระวังการเกิดโรคระบาด"
       
"ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจทำให้ร่างกายมนุษย์ปรับตัว-ปรับอุณหภูมิในร่างกายไม่ทัน ทำให้ล้มป่วยได้ง่าย ซึ่งก็ยังต้องระวังโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาดใหญ่อีก ส่วนด้านเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวช่วงปลายปี ซึ่งน่าจะดีขึ้นหลังจากอิทธิพลดาวเปลี่ยนแปลงหลายดวง" ...ประธานสถาบันโหราศาสตร์เก่งกาจพยากรณ์ทายทัก
       
แต่เศรษฐกิจจะดีขึ้นได้-ภัยต่าง ๆ จะไม่ร้ายมาก...ก็มีข้อแม้
       
เป็นข้อแม้ที่เกี่ยวโยงกับการเมือง...อย่างที่หมอดูได้ชี้ไว้ว่า...
       
"ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นอีกเสียก่อน ?!?!?".

 

http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=285400&ch=hn

--
      Weblink
seminar
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminarsat.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com
www.ipthailand.org

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กมธ.นัดถก"พ.ร.บ."ท้องถิ่น เปิดทุกฝ่ายแจงเต็มที่ วันที่ 8 ต.ค.นี้ ค้านตั้งสภาร่าง-ชี้เปลืองงบฯ

วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11528 มติชนรายวัน


กมธ.นัดถก"พ.ร.บ."ท้องถิ่น


เปิดทุกฝ่ายแจงเต็มที่ 8 ต.ค.นี้ ค้านตั้งสภาร่าง-ชี้เปลืองงบฯ



นาย ประมวล พงศ์ถาวราเดช รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้แจ้งนายวิรัช ร่มเย็น ประธาน กมธ.ถึงปัญหาร่าง พ.ร.บ.ท้องถิ่นทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งนายวิรัชเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญควรนำเข้าไปพิจารณาในที่ประชุม กมธ.ชุดใหญ่ จึงทำหนังสือเชิญตัวแทนสมาคมตัวแทนผู้บริหารท้องถิ่นจาก กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล 5 สมาคมข้าราชการท้องถิ่น ตัวแทนคณะกรรมการกระจายอำนาจ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าร่วมประชุมกับ กมธ.คณะใหญ่ ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ โดยให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็น ชี้แจงเหตุผล ชี้จุดบกพร่องของ พ.ร.บ.แต่ละฉบับอย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องตั้งสภาร่างให้สิ้นเปลืองงบประมาณและเสียเวลา อย่างไรก็ตาม กมธ.จะติดตามความคืบหน้าทุกระยะ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการให้เสร็จทันเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด

"ส่วน พ.ร.บ.บริหารงานบุคคลที่อาจกระทบสิทธิข้าราชการท้องถิ่น ต้องฟังเหตุผลจากกระทรวงมหาดไทย ตัวแทน 5 สมาคมข้าราชการท้องถิ่น ว่าความเห็นที่ต่างกันจะมีข้อยุติอย่างไร ท้ายที่สุดทุกฝ่ายควรเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และการกระจายอำนาจในประเทศไทยควรมีมาตรฐาน ความก้าวหน้ามากกว่าในอดีต"

นาย ทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ประธานสมาพันธ์ปลัด อบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่น พ.ศ.2542 มีปัญหามากในการบริหารงานบุคคล เนื่องจากมีการทุจริตเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน ทั้งการบรรจุแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง โอน ย้าย ทำให้การบริหารงานบุคคลท้องถิ่นไม่ไหลลื่น แม้กระทั่งการประชุมคณะกรรมการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ก็มีปัญหาในขั้นตอนการบรรจุระเบียบบวาระ โดยมีการวิ่งเต้น เส้นสาย ระบบอุปภัมถ์ จ่ายสินบนซื้อตำแหน่ง ถือว่าล้มเหลวอย่างมาก


หน้า 8

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ประชาไท | Prachatai.com


 
จาก: ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์ <service@prachatai.com>
วันที่: สิงหาคม 30, 2009 5:06 ก่อนเที่ยง
หัวเรื่อง: ประชาไท | Prachatai.com
ถึง: 


ประชาไท | Prachatai.com

Link to ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์

กังขาการทำงานของกฤษฎีกา… ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

Posted: 29 Aug 2009 02:46 PM PDT

ศรีสุวรรณ จรรยา
นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน / กรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ

ศรีสุวรรณ จรรยา แจงประวัติความเป็นมาว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของกฤษฎีกา กับคำถามถึงการเพิกเฉยต่อหน้าที่ โดยเฉพาะในกรณีมาตรา 67 ที่นำไปสู่ความขัดแย้งในทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ระหว่างประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

read more

รำลึก 19 ปี สืบ นาคะเสถียร “ไม่ซื้อ ไม่ล่า ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ป่า”

Posted: 29 Aug 2009 02:04 PM PDT

สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขอเชิญร่วมงานรำลึก 19 ปี สืบ นาคะเสถียร ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2552 ถึงวันอังคารที่ 1 กันยายน 2552 ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี

read more

This posting includes an audio/video/photo media file: Download Now

นักข่าวพลเมือง: อ.อ.ป. ฟ้องขับไล่ชาวบ้านสวนป่าคอนสาร พร้อมขอหมายห้ามทำประโยชน์ชั่วคราว

Posted: 29 Aug 2009 01:39 PM PDT

กรณีพิพาทสวนป่าคอนสารการแก้ปัญหายังไม่คืบ ล่าสุดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ฟ้องแพ่งขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ด้านตัวแทนชาวบ้านยันสามารถเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ พร้อมย้ำองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ดำเนินการขัดนโยบายรัฐบาล

read more

“ดร.สุเมธ” ระบุความขัดแย้งในบ้านเมืองมาจากความไม่พอเพียง

Posted: 29 Aug 2009 01:06 PM PDT

ดร.สุเมธ เผยความขัดแย้งทางการเมือง เกิดจากความไม่พอเพียง เป็นกิเลส ตัณหา อำนาจและเงินทอง แนะใช้สตินำทาง ลดประโยชน์ส่วนตัว เสียสละเพื่อบ้านเมือง

read more

‘มาร์ค’ แปลกใจเสื้อแดงไม่มา ยัน พ.ร.บ.ความมั่นคงไม่ได้ห้ามชุมนุม

Posted: 29 Aug 2009 12:40 PM PDT

นายกรัฐมนตรียังคง พ.ร.บ.ความมั่นคง แม้เสื้อแดงจะเลิกชุมนุม เผยจะหารือ ครม. วันที่ 1 ก.ย.นี้ เพื่อทบทวนว่าจะคงหรือยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคง ด้านโฆษก กอ.รนม.ชี้รัฐบาลสามารถคง พ.ร.บ.ความมั่นคง ยาวถึง 5 ก.ย.ได้ ด้านโฆษกประจำตัวอภิสิทธิ์อัดเสื้อแดงเลื่อนการชุมนุมแสดงว่าไม่สุจริต ด้านแม่ทัพภาค 1 เริ่มลดกำลังคุมพื้นที่เขตดุสิตแล้ว

read more

เคาะวันเลือกนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ 4 ต.ค.นี้

Posted: 29 Aug 2009 11:46 AM PDT

กกต.เชียงใหม่กำหนดวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ 4 ต.ค.นี้ ให้เวลารับสมัคร 3-7 ก.ย. หลังศาลปกครองตัดสิน “เดือนเต็มดวง” ขาดคุณสมบัติสมัครแข่งนายกฯ พร้อมระบุจะใช้บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งใหม่เพื่อให้เกิดความยุติธรรม แถมจัดชุดเฝ้าระวังทุจริต

read more

ศึกพม่า-โกก้างยังคงเดินหน้า ทหารพม่าเสริมกำลังต่อเนื่อง

Posted: 29 Aug 2009 11:29 AM PDT

การสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกลุ่มหยุดยิงโกก้างยังคงเดินหน้า ล่าสุดพม่าสามารถยึดฐานคืน 2 แห่ง ด้านชายแดนไทยภาคเหนือพบการเคลื่อนกำลังพลทหารพม่าและทหารว้า UWSA อย่างคึกคัก

read more

“น้องม่อง” ได้ไปแข่งเครื่องบินพับที่ญี่ปุ่นแล้ว ชนะเสนอขอสัญชาติไทยให้

Posted: 29 Aug 2009 11:10 AM PDT

“น้องม่อง” เตรียมเข้าพบ “ชวรัตน์” ก่อนทำพาสปอร์ตบินไปญี่ปุ่นแข่งเครื่องบินพับ ผอ.บ้านห้วยทรายห่วง สวทช.ให้ไปคนเดียว ควักกระเป๋าให้ครูบินตามไปดูแล เผยหากชนะจะเสนอขอสัญชาติไทย โทรทัศน์แดนปลาดิบติดต่อออกรายการ

read more

3G คืบ กทช.ยัน 9 ก.ย.รู้ผลประมูลผ่านเว็บ

Posted: 29 Aug 2009 10:59 AM PDT

หลังบริษัทที่ปรึกษาปรับความเหมาะสมส่งบอร์ด ย้ำภายในปี 52 เห็น 3G ชัวร์ แต่ไม่ระบุระยะเวลาที่ใช้ประมูล เนื่องจากขึ้นอยู่กับการแข่งขันด้านราคา ก่อนให้ใบอนุญาตแค่ 4 ราย

read more

“มาร์ค” ดัน “โฉนดชุมชน” ตั้งเป้า 30 แห่ง ในปีนี้

Posted: 29 Aug 2009 10:37 AM PDT

“อภิสิทธิ์” เป็นประธานสัมมนาการถือครองที่ดินแบบโฉนดชุมชน หวังใช้แนวคิดโฉนดชุมชนแก้ปัญหาที่ทำกินอย่างยั่งยืน ด้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ไล่ “สุวิทย์” จี้นายกฯ เปลี่ยนตัวคนมาทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่า

read more

'โทษที่ไม่เป็นธรรม' : ฟองสบู่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ วิกฤตความจงรักภักดีด้อยคุณภาพ

Posted: 29 Aug 2009 12:43 AM PDT

“ปัญหาใจกลางที่สังคมไทยต้องเข้าเผชิญหน้าอยู่ที่ว่า ตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันประเพณีอันสืบทอด/ ตกค้างมาจากระบอบเก่าที่จะเหมาะสมสอดคล้องกับสังคมไทย ควรเป็นเช่นไร สังคมไทยสมัยปลายรัชกาลจะเขยื้อนไปสู่ทิศทางใด ด้วยต้นทุนเท่าไร คงขึ้นอยู่กับระดับวุฒิภาวะและความกล้าหาญที่จะแสวงหาคำตอบดังกล่าว” บทบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับล่าสุด

read more

มองต่างมุมเหตุการณ์กราดยิงที่บ้านปาตาบาระ สายบุรี

Posted: 29 Aug 2009 12:15 AM PDT

มูฮำหมัดอารีฟีน บิน รอมลี

เหตุการณ์กราดยิงชาวบ้านที่บ้านปาตาบาระ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องที่เคลือบแคลงใจของคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ที่ติดตามเหตุ โดยเฉพาะมุมมองของภาครัฐและมุมมองของชาวบ้านที่ค่อนข้างขัดแย้งกัน

read more

สภาผ่านร่างงบฯ ปี53 1.7 ล้านล้าน หลังส.ส.ถกข้ามคืน อภิสิทธิ์ชี้ปีหน้าวิกฤตหนัก

Posted: 29 Aug 2009 12:04 AM PDT

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2553  ด้วยคะแนน 244 ต่อ 10  เสียง งดออกเสียง 56 เสียงไม่ลงคะแนน 13  จากจำนวนผู้แสดงตนทั้งหมด 323  คน

read more

ประกาศ ‘ปล่อยมาร์คบ้าคนเดียว’ เสื้อแดงเลื่อนชุมชุมเป็น5ก.ย. หลีก พ.ร.บ.ความมั่นคง ลั่น 19 ก.ย.ปักหลักสู้ไม่ถอย

Posted: 28 Aug 2009 11:59 PM PDT

เสื้อแดง ประกาศยุทธวิธี "ปล่อยมาร์คบ้าไปคนเดียว" เลื่อนชุมนุมออกไปเป็น 5 ก.ย. จากเดิม 30 ส.ค. เพื่อหลบ พ.ร.บ.ความมั่นคงในเขตดุสิต ขณะ ทหาร-ตำรวจตรึงกำลังทำเนียบฯ เก้อ

read more

โพลล์ชี้ประชาชนห่วงประกาศใช้พ.ร.บ.กระทบเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นรัฐบาลลด

Posted: 28 Aug 2009 11:48 PM PDT

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ เผยผลสำรวจ พ.ร.บ.ความมั่นคงกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช.  พบประชาชนต้องการให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนมากสุด ร้อยละ 28.8 ต้องการให้ยุบสภา ร้อยละ 22.2  และเชื่อว่าการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงจะส่งผลเสีย ร้อยละ 37.8 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 40.5

read more

You are subscribed to email updates from ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์
To stop receiving these emails, you may unsubscribe now.
Email delivery powered by Google
Google Inc., 20 West Kinzie, Chicago IL USA 60610



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บทวิเคราะห์ : ถอดบทเรียนแรงงานนอกระบบ(อาชีพคนทำงานในบ้าน) ตอน 1 /ตอน 2


บทวิเคราะห์ : ถอดบทเรียนแรงงานนอกระบบ(อาชีพคนทำงานในบ้าน)ตอน 1
 

บทวิเคราะห์ : ถอดบทเรียนแรงงานนอกระบบ

(อาชีพคนทำงานในบ้าน)

ตอน 1

สภาพการณ์และปัญหา

ที่ผ่านมา แรงงานที่ทำงานบ้านถูกมองในมิติทางเศรษฐศาสตร์ ว่า เป็นแรงงานที่ทำงานไม่ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ เมื่อถูกตีความเช่นนี้ จึงส่งผลต่อภาพการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองทางกฎหมายแรงงาน รวมถึงการเข้าถึงระบบสวัสดิการทางสังคมต่างๆ ที่แรงงานภาคส่วนนี้ควรจะได้รับ ทำให้สภาพชีวิตของแรงงานที่ทำงานในบ้านต้องเผชิญกับชะตากรรมต่างๆ เช่น การถูกขูดรีดค่าจ้างแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม การเอาเปรียบด้านการทำงานที่มีชั่วโมงยาวนาน ไม่มีวันหยุดพักผ่อนที่แน่นอน ทำงานคนเดียวแต่รับใช้คนในครอบครัวและเครือญาติหลายคน มีโอกาสทางการศึกษาน้อย บางรายถูกควบคุมเสรีภาพในการสื่อสารเพื่อการติดต่อกับคนภายนอก หรือญาติ ที่สำคัญแรงงานที่ทำงานในบ้านบางคนที่เป็นผู้หญิงหลายรายต้องตกอยู่ในสภาวะ ความไม่ปลอดภัยในเนื้อตัวร่างกาย และจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรมจากนายจ้างบางคนหรือโจรขโมย เป็นต้น
ด้วยสภาพการณ์ดังกล่าว ปัจจุบันแรงงานประเภทคนทำงานในบ้าน จึงมีสถานะการคุ้มครองสิทธิทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ทำให้การตีความในหลายภาคส่วนได้จัดแรงงานประเภทนี้อยู่ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ
และจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกร จำกัด ได้คาดการณ์ว่าปี 2550 จำนวนคนที่ทำงานในบ้านมีรวมกันมากถึง 400,000 คน สร้างเม็ดเงินสะพัดสูงถึง 27,000 ล้านบาท โดยอัตราค่าจ้างจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งนายจ้างจะดูจากประสบการณ์การทำงาน และความพึงพอใจ
สำหรับประเภทของงานบริการทำงานในบ้านสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
ประเภทหนึ่ง เป็นงานบริการทำงานในบ้านที่คนไทยทำใน ประเทศปี 2550 มีประมาณ 225,000 คน เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 11,000 ล้านบาท
ประเภทที่สอง เป็นแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานอาชีพบริการทำงานในบ้านปี 2550 มีประมาณ 150,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 9,000ล้านบาท โดยแรงงานกลุ่มนี้จะมีค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 3,000-5,000บาทต่อเดือน และ
ประเภทที่สาม คือแรงงานที่เป็นคนไทย แต่ไปทำงานในบ้านที่ต่างประเทศ (อาชีพแม่บ้าน) มีประมาณ 25,000คนในปี 2550 สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศมากถึง 7,000 ล้านบาท

เสียงสะท้อนคนแรงงานฯ

นางสาวสุชิน บัวขาว ตัวแทนผู้ใช้แรงงานใน บ้าน เล่าว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของผู้ใช้แรงงานในบ้าน คือการไม่มีสวัสดิการใดๆรองรับ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพและสิทธิที่ลูกจ้างควรได้รับ เช่นวันหยุด วันลา และค่าจ้างที่เหมาะสม ซึ่งหากเป็นลูกจ้างแบบประจำกินนอนที่บ้าน ส่วนมากจะได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละเพียง 4,500 บาทหรือน้อยกว่านั้น แต่ต้องทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ากว่าจะได้เลิกงานประมาณสามทุ่มและทำงาน 7 วัน แต่เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องออกค่ารักษาพยาบาลไปก่อน หรือเบิกค่าจ้างล่วงหน้ามาจ่ายค่ารักษา ค่าเดินทาง หยุดได้เพียง 1-2 วันเท่านั้น โดยที่การลาหยุดบางคนก็ไม่ได้ค่าแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนกลุ่มนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และต้องการให้รัฐบาลดูแลลูกจ้างกลุ่มนี้ด้วยการจัดการให้ทุกคนมีสิทธิ สวัสดิการ ได้รับการคุ้มครองเหมือนลูกจ้างกลุ่มอื่นด้วย
ขณะที่ตัวแทนผู้ใช้แรงงานในบ้านอีกรายคือ นางสาวแดง บอก ว่า อยากให้นายจ้างและคนทั่วไปมองผู้ทำงานกลุ่มนี้อย่างเพื่อนมนุษย์ที่เท่า เทียมกัน ไม่อยากให้ดูถูก ดูหมิ่น หรือประเมินศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่ำกว่าอาชีพอื่น และการจำกัดอิสรภาพ ไม่ให้ออกไปไหน หรือพบปะญาติมิตร รวมทั้งการกำหนดเงื่อนไขที่นายจ้างทำอะไรไม่ผิด แต่ลูกจ้างไม่มีสิทธิอธิบายชี้แจงเหตุผลใดๆ สิ่งเหล่านี้ ล้วนสร้างความอึดอัดและกดดันให้กับลูกจ้าง ทำให้ไม่อยากอยู่กับนายจ้างอีกต่อไป
จากสถานการณ์ดังกล่าวเนื่องในวัน "คนทำงานบ้านสากล 28 สิงหาคมของทุกปี" และในปีนี้ตัวแทนแรงงานในระดับองค์กรภาคเครือข่ายต่างๆ ได้รวบรวมข้อเสนอและโปสการ์ดของผู้ใช้แรงงานนอกระบบอาชีพคนทำงานในบ้าน ที่ระบุความต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้างจากรัฐบาลจำนวน 7,000 ใบ ให้กับ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สุเมธ ฤทธาคนี ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเร่งผลักดันให้คนทำงานที่บ้านได้รับการคุ้มครองโดยเฉพาะสวัสดิการและมี วันหยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ชัดเจนโดยเร็ว
สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ทำงานในบ้าน มีอะไรบ้าง และแนวทางความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นอย่างไร สำนักข่าวแห่งชาติจะนำเสนอในตอนต่อไป

ชุติมา สุขวาสนะ เรียบเรียง

ชูชาติ เทศสีแดง บรรณาธิการ

 

 
ข้อมูลข่าวและที่มา

 วันที่ข่าว : 28 สิงหาคม 2552
 
 

บทวิเคราะห์ : ถอดบทเรียนแรงงานนอกระบบ(อาชีพคนทำงานในบ้าน)ตอน 2
 

บทวิเคราะห์ : ถอดบทเรียนแรงงานนอกระบบ

(อาชีพคนทำงานในบ้าน)

ตอน 2

อนาคตแรงงานนอกระบบฯกับการคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายแรงงานไทย

จากสถานการณ์ด้านแรงงานที่ทำงานในบ้าน กำลังประสบภาวะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างและสังคมหลายด้าน คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เครือข่ายแรงงานนอกระบบ และแผนงานคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ประสานความร่วมมือจัดงานรณรงค์และทำข้อเสนอต่อรัฐบาล ในการปกป้องคุ้มครองให้แรงงานนอกระบบอาชีพคนทำงานในบ้านได้รับการปฏิบัติ อย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจในระดับการรับรู้ เรียนรู้ทางสังคม เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนในชาติ และภูมิภาค โดยจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง "อนาคตแรงงานนอกระบบอาชีพคนทำงานในบ้าน กับการคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิกฎหมายแรงงานไทย" เมื่อที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมปริ้นซ์ตั้น ปาร์ค สวีท ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง กทม.
และในโอกาสนี้ กลุ่มเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายปฎิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ เครือข่ายแรงงานทำงานบ้าน มูลนิธิร่วมมิตรไทย –พม่า มูลนิธิ MAP มูลนิธิเพื่อนหญิง ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน ได้รวบรวมข้อเสนอและโปสการ์ดติดตามส่งต่อไปยังรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีข้อเสนอดังต่อไปนี้
1. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ได้แก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยบัญญัติว่าต้องคุ้มครองแรงงานที่ทำงานบ้านอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกับแรงงานในภาคส่วนอื่น
2. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ได้กำหนดการตรวจสอบ ดูแลความปลอดภัย และอาชีวอนามัย เช่น ต้องให้นายจ้างจัดหาความจำเป็นขั้นพื้นฐานให้แก่ลูกจ้างทำงานงานตามความ เหมาะสมกับฐานะของผู้ว่าจ้าง ได้แก่ การจัดหาที่พักอาศัยที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ มีอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด เป็นต้น
3. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ได้จัดให้นายจ้างนำพาลูกจ้างทำงานบ้านเข้าสู่การมีบัตรประกันสังคม เพื่อสวัสดิการทางสังคมของลูกจ้างและครอบครัวในอนาคตและเป็นไปตามกฎหมายคุ้ม ครองแรงงาน
4. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้คุ้มครองสิทธิและกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับ ลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นเด็ก ทั้งนี้ ห้ามมิให้นายจ้างจ้างแรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีและห้ามมิให้แรงงานเด็กทำงานบ้านเกินวันละ 8 ชั่วโมง
5. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ได้จัดทำระบบการคุ้มครองทางทะเบียนลูกจ้างแรงงานทำงานบ้านโดยให้นายจ้าง หรือผู้ว่าจ้างได้ทำการแจ้งการจ้างลูกจ้างต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานในเขตพื้นที่ของตน ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกต่อการติดตาม คุ้มครองจากพนักงานตรวจแรงงาน อีกทั้งสามารถทราบตัวเลขที่แท้จริงของแรงงานในภาคส่วนนี้ได้อย่างเป็นระบบ
6. ขอให้รัฐบาลจัดทำนโยบายแผนและงบประมาณ เพื่อการส่งเสริม พัฒนาทักษะฝีมือแรงงงานให้กับลูกจ้างทำงานบ้าน เช่น การจัดทำหลักสูตรและฝึกอบรม การให้บริการ การทำอาหารอย่างอาชีพ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ โดยการไปฝึกอบรม และการไปศึกษา นายจ้างต้องอนุญาตให้ไปตามคำร้องขอจากลูกจ้าง และต้องจ่ายค่าจ้างเสมือนการมาทำงานให้กับนายจ้างตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด ไว้
ด้านว่าที่ร้อยตรี ดร.สุเมธ ฤทธาคนี ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ความไม่เป็นธรรมที่กลุ่มแรงงานนอกระบบที่ทำงานในบ้านได้รับ จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะถือเป็นแรงงานสำคัญส่วนหนึ่งของประเทศ เนื่องจาก จำนวนแรงงานกลุ่มนี้ มีจำนวนมากถึง 400,000 คน และสร้างเม็ดเงินสะพัดในประเทศ สูงถึง 27,000 ล้านบาท โดยหลังจากรับข้อเสนอและโปสการ์ดในครั้งนี้ จะต้องมีการเร่งแก้ไขกฎหมายของสำนักงานประกันสังคม ในส่วนของ พ.ร.บ.เงินทดแทน และกองทุนคุ้มครองแรงงาน ซึ่งคณะกรรมาธิการการแรงงาน กำลังผลักดันกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติ เพื่อทำให้เกิดเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองคนกลุ่มนี้
คนทำงานบ้าน คือ คนทำงาน และงานบ้าน เป็นงานที่มีคุณค่า แต่กลับถูกจัดความสำคัญทางสังคมจนไม่ได้รับสิทธิที่พึงจะได้รับตามกฎหมาย โดยเฉพาะสวัสดิการต่างๆ ดังนั้นวันแรงงานนอกระบบอาชีพคนทำงานในบ้านสากล ในวันนี้ อาจถือเป็นอีกเริ่มต้น ที่จะจุดประกาย ให้ทุกคนหันกลับมามองคุณค่า และปรับเปลี่ยนค่านิยมของสังคมในเรื่องนี้เสียใหม่ เพราะแรงงานทุกสาขาอาชีพ ก็ล้วนมีสิทธิและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ไม่แตกต่างกัน

ชุติมา สุขวาสนะ เรียบเรียง

ชูชาติ เทศสีแดง บรรณาธิการ

 

 
ข้อมูลข่าวและที่มา

 วันที่ข่าว : 28 สิงหาคม 2552
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255208270281&tb=N255208&news_headline=%BA%B7%C7%D4%E0%A4%C3%D2%D0%CB%EC%20:%20%B6%CD%B4%BA%B7%E0%C3%D5%C2%B9%E1%C3%A7%A7%D2%B9%B9%CD%A1%C3%D0%BA%BA%28%CD%D2%AA%D5%BE%A4%B9%B7%D3%A7%D2%B9%E3%B9%BA%E9%D2%B9%29%B5%CD%B9%202

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thanks for visiting!  
http://www.parent-youth.net
http://ilaw.or.th
http://ww2.oja.go.th/home
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.projectlib.in.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.nstda.or.th/th
http://www.arda.or.th
http://www.nppdo.go.th
http://www.tlcthai.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.oknation.net/blog/assistance
http://weblogcamp2009.blogspot.com/

ผู้ติดตาม